แนวทางวางแผนการกินอย่างยืดหยุ่นเพื่อสนับสนุนสุขภาพและสมรรถภาพทางกาย

การวางแผนการกินอย่างยืดหยุ่นคือการเลือกอาหารให้สอดคล้องกับสุขภาพ การออกกำลังกาย ความชอบ และชีวิตประจำวัน โดยไม่ยึดติดกับเมนูตายตัวหรือห้ามอาหารบางชนิดทั้งหมด แนวทางที่ดีเริ่มจากอาหารหลากหลายและสมดุล ปรับปริมาณพลังงานและสารอาหารตามเป้าหมาย แล้วสังเกตผลที่เกิดขึ้นจริง องค์การอนามัยโลกระบุว่าอาหารสุขภาพควรมีความเพียงพอ สมดุล พอเหมาะ และหลากหลาย บทความนี้จึงอธิบายหลักการจัดจาน การปรับอาหารให้เข้ากับการฝึก การติดตามผล และข้อควรระวังเพื่อให้ทำได้ต่อเนื่อง

หลักการวางแผนการกินอย่างยืดหยุ่นเพื่อสุขภาพและสมรรถภาพ

การกินอย่างยืดหยุ่นหมายถึงการใช้หลักโภชนาการเป็นกรอบตัดสินใจ แต่เปิดพื้นที่ให้เลือกอาหารตามบริบท โดยไม่มองอาหารเป็นสิ่งที่ “ดี” หรือ “เลว” อย่างเด็ดขาด จุดสำคัญคือภาพรวมของรูปแบบการกินในระยะยาว มากกว่าการตัดสินจากมื้อใดมื้อหนึ่ง แนวทางนี้ต่างจากการนับแคลอรีอย่างเคร่งครัดหรือการงดอาหารหลายกลุ่ม ซึ่งอาจไม่เหมาะกับทุกคน

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ที่มีอายุมากกว่า ๑๐ ปีบริโภคผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ ๔๐๐ กรัม และจำกัดน้ำตาลอิสระให้น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ของพลังงานทั้งหมด ตัวเลขเหล่านี้เป็นแนวทางระดับประชากร ไม่ใช่สูตรเฉพาะบุคคล แต่ช่วยให้เห็นว่าความหลากหลายและสัดส่วนอาหารมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม

ความยืดหยุ่นไม่ใช่การกินโดยไม่มีหลักเกณฑ์

ความยืดหยุ่นคือการรักษาหลักพื้นฐานไว้ พร้อมปรับรายละเอียดให้เข้ากับสถานการณ์ เช่น เลือกข้าวหรือขนมปังตามมื้อ เพิ่มโปรตีนในวันที่ฝึกหนัก หรือรับประทานอาหารที่ชอบในโอกาสพิเศษโดยไม่รู้สึกผิด จากนั้นกลับสู่รูปแบบปกติในมื้อต่อไป ไม่จำเป็นต้องชดเชยด้วยการอดอาหารหรือออกกำลังกายเกินกำลัง

เริ่มจากเป้าหมายที่วัดได้และเหมาะกับชีวิตจริง

เป้าหมายอาจเป็นการมีพลังงานเพียงพอระหว่างออกกำลังกาย เพิ่มความแข็งแรง ปรับองค์ประกอบร่างกาย หรือดูแลสุขภาพระยะยาว ควรเลือกพฤติกรรมที่ทำซ้ำได้ เช่น เพิ่มผักในมื้อกลางวัน เตรียมของว่างก่อนซ้อม หรือกินอาหารเช้าให้สม่ำเสมอ มากกว่าตั้งข้อห้ามจำนวนมากในคราวเดียว

การจัดสัดส่วนอาหารให้ครอบคลุมสารอาหาร

การจัดสัดส่วนอาหารคือการวางองค์ประกอบของมื้อให้มีแหล่งพลังงาน โปรตีน ไขมันที่เหมาะสม ผัก ผลไม้ และของเหลว โดยปรับปริมาณตามความหิว กิจกรรม และเป้าหมาย แนวทางแบบจานอาหารเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าใจง่าย แต่ไม่จำเป็นต้องมีสัดส่วนตายตัวทุกมื้อ

คาร์โบไฮเดรตเป็นเชื้อเพลิงสำหรับกิจกรรม

คาร์โบไฮเดรตจากข้าว ธัญพืช มันฝรั่ง ผลไม้ และถั่ว ช่วยสนับสนุนการทำงานและการออกกำลังกาย ปริมาณที่เหมาะสมขึ้นกับระยะเวลาและความหนักของกิจกรรม ผู้ที่ฝึกนานหรือหนักอาจต้องการคาร์โบไฮเดรตมากกว่าผู้ที่มีกิจกรรมเบา ควรเลือกแหล่งอาหารที่มีใยอาหารเป็นประจำ และใช้แหล่งที่ย่อยง่ายเมื่อจำเป็นต้องกินใกล้เวลาออกกำลังกาย

โปรตีนช่วยซ่อมแซมและปรับตัวต่อการฝึก

โปรตีนมีบทบาทในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รวมถึงการปรับตัวของกล้ามเนื้อหลังการฝึก แหล่งโปรตีนได้แก่ ไข่ ปลา เนื้อไม่ติดมัน นม ถั่วเหลือง เต้าหู้ และถั่วเมล็ดแห้ง สำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดี ปริมาณอ้างอิงพื้นฐานที่ใช้กันทั่วไปอยู่ที่ประมาณ ๐.๘ กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำอาจมีความต้องการสูงขึ้นตามชนิดและปริมาณการฝึก ทั้งนี้ควรกระจายแหล่งโปรตีนในมื้อต่าง ๆ แทนการพึ่งมื้อเดียว และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากมีโรคไตหรือข้อจำกัดทางสุขภาพ

ผัก ผลไม้ ไขมัน และใยอาหารช่วยเติมเต็มมื้อ

ผักและผลไม้หลายสีช่วยเพิ่มใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุ ส่วนไขมันจากปลา ถั่ว เมล็ดพืช และน้ำมันพืชมีส่วนช่วยให้ได้รับกรดไขมันจำเป็นและช่วยดูดซึมวิตามินบางชนิด เลือกให้หลากหลายและคำนึงถึงปริมาณโดยรวม โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาล เกลือ หรือไขมันอิ่มตัวสูง ซึ่งไม่จำเป็นต้องห้ามทั้งหมด แต่ควรบริโภคอย่างพอเหมาะ

การปรับอาหารให้เหมาะกับการออกกำลังกาย

การกินเพื่อสมรรถภาพไม่ได้มีสูตรเดียวสำหรับทุกคน ควรพิจารณาชนิดกีฬา เวลาออกกำลังกาย สภาพอากาศ และความสบายของระบบทางเดินอาหาร เป้าหมายคือมีพลังงานพร้อมใช้ ฟื้นตัวได้เหมาะสม และไม่ปล่อยให้ความกังวลเรื่องอาหารรบกวนการฝึก

ก่อนออกกำลังกาย

หากมีเวลาหลายชั่วโมงก่อนฝึก อาจเลือกมื้อที่มีคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และอาหารที่คุ้นเคย เช่น ข้าวกับไข่และผัก หรือขนมปังกับโยเกิร์ต หากใกล้เวลาออกกำลังกายและรู้สึกหิว ให้เลือกของว่างปริมาณพอเหมาะที่ย่อยง่าย เช่น กล้วยหรือขนมปัง ทั้งนี้ควรทดลองในวันฝึกทั่วไปก่อนนำไปใช้กับการแข่งขัน

ระหว่างออกกำลังกาย

การฝึกทั่วไปที่ใช้เวลาไม่นานมักไม่จำเป็นต้องเติมพลังงานระหว่างกิจกรรมสำหรับทุกคน แต่การออกกำลังกายต่อเนื่องเป็นเวลานานหรือในสภาพอากาศร้อนอาจต้องใส่ใจการดื่มน้ำและคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น แนวทางด้านกีฬาโดยทั่วไปพิจารณาคาร์โบไฮเดรตประมาณ ๓๐–๖๐ กรัมต่อชั่วโมงสำหรับกิจกรรมที่ใช้เวลานานราว ๑–๒.๕ ชั่วโมง โดยความเหมาะสมขึ้นกับบุคคลและชนิดกิจกรรม ควรฝึกระบบการกินและดื่มล่วงหน้า ไม่ทดลองสิ่งใหม่ในวันแข่งขัน

หลังออกกำลังกายและการฟื้นตัว

หลังฝึกควรรับประทานมื้อปกติที่มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน พร้อมดื่มน้ำตามความกระหายและการสูญเสียเหงื่อ หากต้องฝึกซ้ำในเวลาใกล้กัน การเติมพลังงานและของเหลวอย่างเป็นระบบจะมีความสำคัญมากขึ้น แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ การรับประทานอาหารครบถ้วนตลอดวันและพักผ่อนเพียงพอเป็นพื้นฐานสำคัญของการฟื้นตัว

การติดตามผลและปรับแผนอย่างยืดหยุ่น

การติดตามผลคือการสังเกตว่ารูปแบบการกินช่วยให้สุขภาพและการฝึกเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ โดยใช้ข้อมูลหลายด้านร่วมกัน ไม่ควรตัดสินความสำเร็จจากตัวเลขน้ำหนักเพียงอย่างเดียว เพราะน้ำหนักเปลี่ยนแปลงได้จากน้ำ อาหารในระบบย่อย และปัจจัยอื่น

ใช้ตัวชี้วัดที่สะท้อนชีวิตประจำวัน

อาจจดบันทึกพลังงานระหว่างวัน ความหิวและความอิ่ม คุณภาพการนอน ความสม่ำเสมอของการฝึก การฟื้นตัว และความสามารถในการทำกิจกรรม หากติดตามน้ำหนักหรือรอบเอว ควรดูแนวโน้มในช่วงเวลา ไม่ตีความจากการเปลี่ยนแปลงวันเดียว และหยุดติดตามหากทำให้เกิดความเครียดหรือหมกมุ่น

ปรับทีละอย่างเพื่อเห็นผล

หากรู้สึกหมดแรงระหว่างฝึก อาจตรวจสอบว่ากินเพียงพอหรือไม่และเว้นช่วงมื้อนานเกินไปหรือเปล่า หากหิวมากตอนกลางคืน อาจเพิ่มอาหารในมื้อก่อนหน้า หรือหากการเตรียมอาหารทำได้ยาก ให้เลือกอาหารสะดวกที่ยังมีองค์ประกอบหลากหลาย เช่น ข้าวพร้อมโปรตีนและผักแช่แข็ง การปรับครั้งละหนึ่งหรือสองพฤติกรรมช่วยให้ประเมินได้ชัดเจนกว่าการเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน

ตัวอย่างการนำไปใช้ในวันทำงานและวันฝึก

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นเพียงแนวทาง ไม่ใช่เมนูบังคับ ผู้รับประทานสามารถเปลี่ยนวัตถุดิบตามงบประมาณ วัฒนธรรมอาหาร ความสะดวก และข้อจำกัดด้านสุขภาพได้

  • มื้อเช้า: ข้าวหรือขนมปังร่วมกับไข่ เต้าหู้ หรือนม และผลไม้หนึ่งส่วน
  • มื้อกลางวัน: ข้าวกับปลา ไก่ หรือถั่ว เพิ่มผักตามความสะดวก
  • ก่อนฝึกเมื่อหิว: ผลไม้ โยเกิร์ต หรือขนมปังปริมาณพอเหมาะตามความทนต่ออาหาร
  • มื้อเย็นหลังฝึก: แหล่งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และผัก โดยเพิ่มปริมาณตามความหิวและความหนักของการฝึก

หากมีงานเลี้ยงหรือเดินทาง ให้เลือกสิ่งที่หาได้และกลับสู่รูปแบบปกติในมื้อถัดไป วิธีนี้ช่วยให้แผนอยู่ร่วมกับชีวิตจริงได้ โดยไม่ต้องมองมื้อพิเศษเป็นความล้มเหลว

ข้อควรระวังและผู้ที่ควรขอคำแนะนำเฉพาะบุคคล

การปรับอาหารอย่างมากอาจไม่เหมาะกับทุกคน ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร เป็นเด็กหรือวัยรุ่น มีโรคเรื้อรัง ใช้ยาที่มีผลต่อระดับน้ำตาล มีประวัติความผิดปกติด้านการกิน หรือฝึกกีฬาอย่างเข้มข้น ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนเปลี่ยนแผน การงดอาหารหลายกลุ่มโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์อาจทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

หากมีอาการหน้ามืด อ่อนเพลียต่อเนื่อง น้ำหนักเปลี่ยนเร็วผิดปกติ ประจำเดือนผิดปกติ หรือสมรรถภาพลดลง ควรประเมินสุขภาพกับผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการลดอาหารหรือเพิ่มการออกกำลังกายด้วยตนเองอย่างหักโหม

สรุปแนวทางกินอย่างยืดหยุ่นเพื่อสุขภาพและสมรรถภาพ

การวางแผนการกินอย่างยืดหยุ่นเริ่มจากอาหารหลากหลายและเพียงพอ จัดสัดส่วนคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ผัก และผลไม้ให้เหมาะกับกิจกรรม ปรับมื้อก่อน ระหว่าง และหลังการฝึกตามความจำเป็น แล้วติดตามพลังงาน การฟื้นตัว และสุขภาพโดยรวม การทำได้ต่อเนื่องสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบในทุกมื้อ ลองเริ่มจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำได้จริง และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเมื่อมีโรคหรือความต้องการเฉพาะ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • องค์การอนามัยโลก: เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องอาหารสุขภาพและคำแนะนำการบริโภคผักผลไม้ น้ำตาล และเกลือ
  • สถาบันการแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา: ปริมาณอ้างอิงสารอาหารสำหรับโปรตีน
  • สมาคมโภชนาการการกีฬาแห่งสหรัฐอเมริกา และวิทยาลัยเวชศาสตร์การกีฬาแห่งสหรัฐอเมริกา: แนวทางโภชนาการและการเติมคาร์โบไฮเดรตระหว่างกิจกรรมความทนทาน

Related Post

Exercise for Health

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพดีอย่างไรการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพดีอย่างไร

ในเรื่องของสุขภาพนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องหนึ่งที่เราเองก็ควรที่จะต้องให้ความสนใจและอย่าละเลยไปเลยจึงจะดีเพราะว่าในเรื่องของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนั้นก็เพื่อที่จะช่วยทำให้เรานั้นเป็นคนที่มีความสุขที่สุดและที่สำคัญในเรื่องของสุขภาพนั้นหากเรารู้จักที่จะออกกำลังกายมากๆแล้วจะทำให้ร่างกายสดใสและแข็งแรงอย่างที่สุด เรื่องของการออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งที่ดีเพราะหากเรามีสุขภาพที่ดีหรือร่างกายที่ดีแล้วนั้นก็จะยิ่งส่งผลที่ดีอีกด้วยและที่สำคัญในเรื่องของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนั้นก็จะยิ่งช่วยทำให้เรานั้นเป็นคนที่มีความสุขและมีความสดใสกันอย่างที่สุดเลย เราจึงควรที่จะต้องให้ความสนใจกับเรื่องของการออกกำลังกายมากๆด้วยจึงจะยิ่งดีเพราะอย่างน้อยยิ่งเราออกกำลังกายได้มากเท่าไหร่แล้วก็จะส่งผลที่ช่วยทำให้เรานั้นเป็นคนที่มีความสุขมากยิ่งขึ้นด้วยและที่สำคัญในเรื่องของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพก็จะยิ่งเป็นสิ่งที่ดีอย่างน้อยก็จะช่วยลดไขมันส่วนเกินที่มีอยู่ในร่างกายให้ออกไปได้ไวยิ่งขึ้นด้วย ทุกๆอย่างในตอนนี้เราจึงควรที่จะต้องให้ความสนใจและอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยจึงจะดีที่สุดเพราะยิ่งเราละเลยหรือมองข้ามไปแล้วนั้นก็จะไม่ใช่ประโยชน์ที่ดีกับเราเองอย่างยิ่งด้วยและเรื่องของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพนั้นเราจึงควรที่จะต้องหาเวลาออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งก็จะยิ่งดีเพราะอย่างน้อยถ้าหากเราได้สัปดาห์ละครั้งแล้วก็จะส่งผลที่ดีกับเราเองอย่างยิ่งด้วย อย่างน้อยหากเรามีรูปร่างที่ดีหรือมีร่างกายที่ดีแล้วนั้นก็จะช่วยทำให้เรามีความสุขอย่างมากที่สุดเพราะการที่ร่างกายไม่มีโรคภัยไข้เจ็บนั้นก็จะยิ่งส่งผลที่ดีอีกด้วยเพราะเราก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลด้วยนั้นเอง สิ่งนี้จึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยเพราะถ้าหากเรามองข้ามไปแล้วนั้นอาจจะส่งผลกระทบได้อีกด้วยและที่สำคัญก็จะช่วยทำให้เราเกิดยิ่งมีความสุขในเรื่องของสุขภาพที่ดีด้วย เรื่องของสุขภาพนั้นจึงเป็นเรื่องที่เราเองก็ควรที่จะต้องอย่าละเลยหรือมองข้ามไปเลยเพราะหากเราละเลยหรือมองข้ามไปแล้วนั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีอีกด้วย อย่างน้อยก็จะช่วยทำให้เราเป็นคนที่มีความสุขและมีสุขภาพที่สดใสยิ่งขึ้นด้วยนั้นเอง

โปรตีนคุณภาพดี

เลือกโปรตีนคุณภาพดีสำหรับสร้างกล้ามเนื้อเลือกโปรตีนคุณภาพดีสำหรับสร้างกล้ามเนื้อ

ทำไมโปรตีนถึงสำคัญต่อการสร้างกล้ามเนื้อ โปรตีนเป็นส่วนประกอบหลักของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อและเป็นแหล่งกรดอะมิโนที่ร่างกายใช้ซ่อมแซมหลังการออกกำลังกายอย่างหนัก เมื่อฝึกด้วยแรงต้าน เช่น ยกน้ำหนัก เกิดการฉีกขาดระดับไมโครในใยกล้ามเนื้อ และโปรตีนจะเข้ามาช่วยในการฟื้นฟูและสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม หากร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ การฟื้นตัวจะช้าลงและการเติบโตของกล้ามเนื้อจะจำกัด นอกจากนี้โปรตีนยังช่วยควบคุมความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ซึ่งเป็นประโยชน์เมื่อควบคุมน้ำหนักเพื่อลงไขมันและเผยกล้ามเนื้อ ในภาพรวม การบริโภคโปรตีนที่เพียงพอและคุณภาพดีเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ผลการฝึกมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ประเภทของโปรตีนที่ควรพิจารณา โปรตีนจากนม เช่น เวย์และเคซีน เป็นที่นิยมเพราะมีโปรไฟล์กรดอะมิโนครบและย่อยง่าย เวย์โปรตีนจะดูดซึมเร็ว เหมาะสำหรับรับหลังออกกำลังกายเพื่อเริ่มกระบวนการซ่อมแซมทันที ส่วนเคซีนย่อยช้าจึงเหมาะสำหรับก่อนนอนเพื่อให้มีการปล่อยกรดอะมิโนอย่างต่อเนื่อง โปรตีนจากไข่มีคุณภาพสูงและเป็นแหล่งโปรตีนเต็มรูปแบบสำหรับผู้ที่แพ้นม ผู้ที่ทานมังสวิรัติหรือวีแกนอาจเลือกโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วลันเตา ข้าวกล้อง หรือการผสมผสานเพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบถ้วน ควรพิจารณาเรื่องการย่อยง่าย ความสามารถในการดูดซึม

5 อาหารพร้อมทานที่นักกีฬาควรมีติดตู้เย็น

5 อาหารพร้อมทานที่นักกีฬาควรมีติดตู้เย็น5 อาหารพร้อมทานที่นักกีฬาควรมีติดตู้เย็น

นักกีฬาต้องการพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอเพื่อรักษาประสิทธิภาพในการฝึกซ้อมและแข่งขัน การมีอาหารพร้อมทานที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงติดตู้เย็นไว้ จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้นักกีฬาได้รับสารอาหารที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งรีบหรือหลังการฝึกซ้อมหนัก อาหารพร้อมทานเหล่านี้ไม่เพียงช่วยประหยัดเวลาในการเตรียม แต่ยังช่วยให้นักกีฬาได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูกล้ามเนื้อและเสริมสร้างพลังงาน มาดูกันว่ามีอาหารพร้อมทานชนิดใดบ้างที่นักกีฬาควรมีติดตู้เย็นไว้เสมอ 1. ไข่ต้มพร้อมทาน ไข่ต้มเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูงที่นักกีฬาควรมีติดตู้เย็นเสมอ โปรตีนในไข่มีกรดอะมิโนที่ครบถ้วนซึ่งจำเป็นต่อการซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกายอย่างหนัก นอกจากนี้ ไข่ยังมีวิตามินดี วิตามินบี 12 และแร่ธาตุสำคัญอย่างเช่น ซีลีเนียมและโคลีน ซึ่งช่วยในการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ การต้มไข่จำนวนมากเก็บไว้ในตู้เย็นช่วยให้นักกีฬาสามารถหยิบรับประทานได้ทันทีเมื่อต้องการพลังงานหรือหลังการฝึกซ้อม ไข่ต้มสามารถเก็บได้นานถึง 1 สัปดาห์ในตู้เย็น ทำให้เป็นอาหารพร้อมทานที่สะดวกและมีประโยชน์สูง 2. กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ กรีกโยเกิร์ตเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมที่มีปริมาณโปรตีนสูงกว่าโยเกิร์ตธรรมดาถึงสองเท่า ในหนึ่งถ้วยมีโปรตีนประมาณ 15-20 กรัม ซึ่งช่วยในการฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ